ส่องมาตรการ 3 ชาติ ในวันที่ขาดแคลน หน้ากากอนามัย ทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยกันแก้ไข เพื่อให้ประชาชนได้

  1. ถ้าหากให้พูดว่าอะไรคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ เชื่อว่าทั่วโลกคงพูดเหมือนกันว่า โรค COVID-19 ซึ่งแพร่ระบาดไปเกือบทั่วโลก และสถานการณ์หลายประเทศกำลังวิกฤตหนักขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่าน ซึ่งกลายเป็นจุดแพร่กระจายเชื้อโคโรนาไวรัส และยอดผู้ป่วยก็เพิ่มขึ้นเป็นรายวัน วันละหลายสิบ บางวันเพิ่มขึ้นเป็นร้อย

ในช่วงนี้สิ่งที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดก็คือ สินค้าสุขอนามัย โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย ซึ่งทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ประสบปัญหาเดียวกันคือ หน้ากากอนามัยขาดแคลนและหาซื้อยาก แต่บางประเทศก็มีวิธีจัดการแก้ปัญหาเพื่อประชาชน ยกตัวอย่างเช่น 3 ประเทศนี้ นั่นก็คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และไต้หวัน 1. สหรัฐอเมริกา                 ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาอยู่อันดับ 9 ของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส มากที่สุด ซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 433 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย สำหรับมาตรการป้องกันโรคนั้น ข้อมูลจาก LA Times  ระบุว่า รัฐแคลิฟอร์เนียประกาศว่า เตรียมแจกจ่ายหน้ากาก N95 จำนวนหลายล้านชิ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และโรงพยาบาล ในการรับมือกับโรคโควิด 19

แม้ว่าทางการสหรัฐฯ จะบอกว่าประชาชนที่สุขภาพแข็งแรงดีไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันโรค และช่วยจำกัดการแพร่กระจายของโรคได้ สำหรับคนที่เริ่มมีอาการ


2. ญี่ปุ่น                 ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยกันเป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ความต้องการหน้ากากอนามัยก็มากขึ้น ซึ่งนอกจากภาครัฐจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ภาคเอกชนก็เข้าร่วมด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลจาก BBC ระบุว่า ชาร์ป (Sharp) บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ได้สั่งให้เปลี่ยนโรงงานผลิตโทรทัศน์ มาเป็นโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแทน

โรงงานผลิตดังกล่าวมีความสะอาดสูงและไฮเทคมาก แม้ว่าจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผลิตสินค้าประเภทนี้ แต่โรงงานผลิตโทรทัศน์ของชาร์ปก็สามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้มากถึง 150,000 ชิ้นต่อวัน


3. ไต้หวัน                 ไต้หวันอยู่ใกล้ชิดกับจีนมาก และมีมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด แต่ก็ยังคงเจอปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน รัฐบาลจึงแก้ปัญหาด้วยการยุติการส่งออกหน้ากากอนามัย                 ข้อมูลจาก Taiwan News ระบุว่า ไต้หวันจะเลิกส่งออกหน้ากากอนามัยทุกชนิด รวมทั้งหน้ากาก N95 ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2563 เป็นอย่างน้อย เพื่อให้เพียงพอใช้งานสำหรับผู้คนในประเทศ                 ด้านข้อมูลจาก Strait Times  รายงานว่า ก่อนหน้านี้ไต้หวันนำเข้าหน้ากากอนามัยจากจีนเป็นส่วนใหญ่ จึงเกิดปัญหาขาดแคลนขึ้น ไต้หวันจึงยกเลิกการส่งออกและเพิ่มอัตราการผลิตแทน                 โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยในไต้หวันทำงานอย่างไม่มีหยุดหย่อน ตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อกันมามากกว่า 1 เดือนแล้ว นับตั้งแต่พบเจอผู้ป่วยเคสแรกในช่วงเดือนมกราคม โดยอัตราการผลิตหน้ากากอนามัยในไต้หวัน จากเดิมอยู่ที่วันละ 7.7 ล้านชิ้น ได้เพิ่มไปเป็นวันละ 8.2 ล้านชิ้น


นอกจาก 3 ชาติดังกล่าวแล้ว แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกอย่าง เฟซบุ๊ก (Facebook) ก็โดดเข้าร่วมเกมหน้ากากอนามัยด้วยเช่นกัน โดยรายงานจาก The Verge กล่าวว่า เฟซบุ๊กได้ประกาศแบนการโฆษณาขายหน้ากากอนามัยบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าและโก่งราคาในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวัรัสแพร่ระบาด                 ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กก็ได้แบนการโฆษณาขายสินค้าทางการแพทย์ที่อวดอ้างว่าช่วยรักษาโรคโควิด 19 มาแล้ว การแบนโฆษณาหน้ากากอนามัยจึงเป็นอีกสิ่งที่ขยับขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าน่าจะปราบพ่อค้าแม่ค้าที่หวังกักตุนสินค้าและโขกราคาจากผู้บริโภคได้มากทีเดียว


ดู 3 ครั้ง

#ทำงานต่างประเทศ #เรียนผู้ช่วยพยาบาล #เรียนบริบาล #NA #ดูแลผู้สูงอายุประเทศญี่ปุ่น #นครราชสีมา #ประเทศไทย

Tel: 064-989-9396 | Fax: 044-252-277

  • Facebook Social Icon